สาย LAN มีประเภทอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร
สาย LAN, สาย UTP หรือ Unshielded twisted pair คำว่า สาย LAN นั่นมาจากระบบเครือข่าย Local area network สาย LAN สามารถเรียกได้อีกอย่างในทางเทคนิคว่า Ethernet Cable สาย LAN โดยส่วนมากมีลักษณะเป็นสายทองแดงเกลียวคู่ (Twisted Pair) ทำหน้าที่เป็นตัวส่งข้อมูลในระบบ Computer Network โดยนำสัญญาณไฟฟ้าจากต้นทางไปยังปลายทาง
สาย LAN ประกอบด้วยลวดทองแดงจำนวน 8 เส้น จับคู่เป็น 4 คู่ (Pairs) แล้วนำมาบิดเกลียว (Twist) โดยการบิดเกลียวของสายทองแดงมีวัตถุประสงค์ทางฟิสิกส์เพื่อหักล้างสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Interference/EMI) และลดสัญญาณรบกวนข้ามคู่สาย (Crosstalk) ยิ่งเกลียวมีความถี่ในการบิดมากเท่าไร (Tight Twist) ก็จะยิ่งป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีขึ้นและรองรับความถี่ได้สูงขึ้น
แบ่งตามโครงสร้างได้ดังนี้
- UTP ย่อมากจาก Unshielded Twisted Pair เป็นสายที่ไม่มีฉนวนหุ้ม ใช้การบิดเกลียวเพียงอย่างเดียวเพื่อลดสัญญาณรบกวน มีความยืดหยุ่นสูง เป็นสายที่มีความนิยมใช้ในเครือข่ายทั่วบ้าน เหมาะสำหรับบ้าน หรืออาคารสำนักงาน
- F/UTP (Foil / Unshielded Twisted Pair) เป็นสายที่มีฟอยล์หุ้มรอบนอกสุด 1 ชั้น (ใต้เปลือกยาง) เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก แต่ไม่มีฟอยล์หุ้มรายคู่ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีสัญญาณรับกวนสูง
- S/FTP (Screened / Foiled Twisted Pair) เป็นสายที่มีโครงสร้างซับซ้อนที่สุด โดยมีฟอยล์หุ้มแยกแต่ละคู่สาย (Individual Foil) และมีตะแกรงโลหะถัก (Braid Screen) หุ้มรอบนอกอีกชั้นหนึ่ง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนสูงมาก เช่น ในโรงงานอุตสาหกรรม
สายแลนมีกี่ชนิด และมีประเภทอะไรบ้าง?
หน่วยงาน TIA (Telecommunications Industry Association) และ EIA (Electronic Industries Alliance) ของสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดมาตรฐาน ANSI/TIA-568 เพื่อระบุคุณสมบัติของสายในแต่ละระดับ โดยใช้คำว่า Category (Cat) มีชนิดต่างๆดังนี้
- CAT5e
Cat5e (Enhanced) เป็นสายที่อัพเกรดมาจาก Cat5 เดิม โดยเน้นการปรับปรุงค่า Crosstalk ให้น้อยลง เพื่อให้รองรับการส่งข้อมูลแบบ Full Duplex ได้ดีขึ้น เป็นสาย Minimum Standard ที่ใช้ในปัจจุบันหาก มีความถี่ต่ำอยู่ที่ 100 MHz ความเร็วสูงสุด 1,000 Mbps/1 Gbps ระยะ 100 เมตร สามารถนำไปใช้งานได้ตามบ้าน เชื่อมอินเตอร์ไม่เกิน 1000/1000 Mbps, เดินกล้องวงจรปิดชนิด IP ที่ใช้ Bangwidth ไม่สูง, ระบบโทรศัพท์ VoIP ในสำนักงานเป็นต้น
- CAT6
CAT6 สามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่มากขึ้น มีแกนพลาสติกกากบาท (Spline) คั่นกลางระหว่างคู่สายทั้ง 4 คู่ เพื่อลดสัญญาณรบกวนข้ามคู่สาย (NEXT – Near-End Crosstalk) และเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างสาย ขนาดตัวนำมักอยู่ที่ 23 AWG ซึ่งใหญ่กว่า Cat5e เล็กน้อย ช่วยลดค่าความต้านทานไฟฟ้า ความถี่ 250 MHz ความมเร็วสูงสุด 10 Gbps ที่ระยะทางไม่เกิน 37-55 เมตร (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและคุณภาพสาย) และ 1 Gbps ที่ระยะทาง 100 เมตร สามารถนำไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ได้เช่นเดียวกับ CAT5e
- CAT6A
CAT6A เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดของ CAT6 มีการบิดเกลียวที่แน่นกว่า Cat6 มาก และมักจะมีฉนวนที่หนาขึ้นเพื่อลดปัญหา Alien Crosstalk (AXT) หรือสัญญาณรบกวนที่เกิดจากสายเส้นอื่นที่วางอยู่ข้างเคียงในรางสายไฟเดียวกัน ทำให้ตัวสายมีขนาดใหญ่และแข็งกว่า CAT6 ทั่วไป มีความถี่สูงเป็นสองเท่าของ CAT6 หรือ 500 MHz ความเร็วสูงสุด 10 Gbps เต็มระยะ 100 เมตร
- CAT7
CAT7 เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย ISO/IEC 11801 Class F (มาตรฐานสากล/ยุโรป) แต่ไม่ได้รับการรับรองโดย TIA (มาตรฐานอเมริกา) อย่างเป็นทางการ ต้องเข้าหัวโดยใช้ GIGAGATE 45 หรือ TERA แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ไม่รองรับ หรือจะแปลงให้เข้าหัวธรรมดาอย่าง RJ45 ก็ได้เช่นกันแต่ความเร็วจะลดลง มีความถี่สูงถึง 600 MHz ความเร็วสูงสุด 10 Gbps คุณสมบัติใกล้เคียงกับ CAT6A
- CAT8
CAT8 เป็นมาตรฐานล่าสุดที่ถูกรับรองโดย TIA/EIA มีความถี่สูงสุดถึง 2,000 MHz ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 40 Gbps แต่ถูกจำกัดด้วยระยะทางเพียง 30 เมตรเท่านั้น
เราควรเลือกใช้สายแลนที่เหมาะกับการใช้งาน, วัตถุประสงค์ และอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน เพราะถ้าหากเราเดินสายด้วยสเปคที่สูง แต่อุปกรณ์ไม่รองรับความเร็วก็เปล่าประโยชน์