ทดสอบสาย LAN (UTP) คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และทำไมงานเดินสายแลนควรมีรายงานผลทดสอบ

ทดสอบสาย LAN คืออะไร การทดสอบสาย LAN หรือ Cable testing คือการใช้เครื่องมือเฉพาะตรวจสอบสาย UTP ที่ติดตั้งแล้ว เพื่อดูว่าการเข้าหัวและเข้า Jack ถูกต้อง ความยาวอยู่ในเกณฑ์ และคุณภาพของสัญญาณเป็นไปตามมาตรฐานของสาย Category นั้นๆ เช่น CAT5e, CAT6 หรือ CAT6A หากสายไม่ผ่านการทดสอบ ระบบ Network อาจยังใช้งานได้ แต่จะช้า หลุดๆ หายๆ หรือเกิด Error ที่หาสาเหตุได้ยาก

ทดสอบสาย LAN คืออะไร ทำไมยังต้องทำสอบสายที่ใช้งานได้แล้ว

เครื่องทดสอบ UTP FLUKE DSX ทดสอบสาย LAN คืออะไร

ไฟ Link ที่ติดบนอุปกรณ์ไม่ได้แปลว่าสายผ่านมาตรฐาน อุปกรณ์บางตัวจะลดความเร็วลงเองเพื่อให้ยังสื่อสารกันได้ เช่นจาก 1 Gbps เหลือ 100 Mbps ทำให้ผู้ใช้เห็นแค่ว่า Network ช้า โดยไม่รู้ว่าต้นเหตุมาจากสาย การทดสอบด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมจึงช่วยให้เรารู้ได้ว่าสายแต่ละเส้นพร้อมใช้งานจริงหรือไม่ และยังให้ประโยชน์อื่นๆ ดังนี้

1.    ยืนยันคุณภาพงานติดตั้งก่อนส่งมอบ ลดปัญหาการตามแก้ภายหลัง

2.    พบจุดบกพร่องได้เร็ว โดยเฉพาะเครื่องรุ่นที่บอกระยะของจุดเสียได้ ช่วยลดเวลาซ่อม

3.    ได้รายงานผลทดสอบไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง ทั้งในงานบำรุงรักษาและการแก้ปัญหาในอนาคต

4.    ใช้ทดสอบซ้ำได้หลังมีการย้ายหรือแก้ไขระบบสายเดิม

การทดสอบสาย UTP ตรวจอะไรบ้าง

มาตรฐาน ANSI/TIA-568 และ ISO/IEC 11801 กำหนดให้สาย UTP ต้องผ่านการตรวจสอบ 3 เรื่องหลัก คือ ต่อสายถูกหรือไม่ (Wiremap) ยาวเกินกำหนดหรือไม่ (Length) และสัญญาณที่ความถี่สูงยังดีพอหรือไม่ (High speed performance)

1. Wiremap ตรวจว่าต่อสายถูกต้อง

Wiremap เป็นการตรวจว่าสายแต่ละเส้นไปถึง Pin ที่ถูกต้องทั้งสองปลาย ไม่ขาดและไม่ลัดวงจร เป็นการทดสอบพื้นฐานที่เครื่องทดสอบทุกประเภทต้องทำได้ ปัญหาที่พบมีดังนี้

ปัญหาลักษณะสาเหตุที่พบบ่อย
Openสายเส้นใดเส้นหนึ่งไม่ต่อถึงปลายอีกด้านสายไม่ถึงขา Contact ของหัว RJ45 หรือ Punchdown ไม่แน่น
Shortสายสองเส้นแตะกันทองแดงที่ปอกเปลือยออกมาแตะกัน หรือฉนวนเสียหาย
Reversed pairสายสองเส้นในคู่เดียวกันกลับขั้วเรียงสีสลับกันภายในคู่เดียว
Crossed pairทั้งคู่ไปอยู่ผิดตำแหน่งที่ปลายด้านหนึ่งเข้าหัวแบบ 568A ฝั่งหนึ่ง และ 568B อีกฝั่ง
Split pairสายคนละคู่ถูกจับมารวมเป็นคู่เดียวกันเรียงสีตามรหัสสีที่ Jack โดยไม่ได้ยึดตามคู่สายจริง

Split pair ตรวจพบยากที่สุด เพราะเครื่องที่ตรวจแค่ความต่อเนื่องของสายจะแสดงผลว่าผ่าน แต่ค่า Crosstalk จะไม่ผ่าน จึงต้องใช้เครื่องที่วัด Crosstalk ได้ ส่วนสายที่ใช้กับโทรศัพท์อะนาล็อกแบบเดิม อย่างเดียวตรวจแค่ Wiremap ก็เพียงพอ แต่สายที่ใช้กับงาน LAN ตามมาตรฐาน Structured cabling ต้องทดสอบมากกว่านั้น

2. Length ตรวจความยาวสาย

มาตรฐานกำหนดความยาวของ Permanent link ไม่เกิน 90 เมตร และ Channel ไม่เกิน 100 เมตร เครื่องทดสอบวัดความยาวด้วยเทคนิค TDR (Time Domain Reflectometer) ซึ่งทำงานคล้ายเรดาร์ คือส่งสัญญาณสั้นๆ ไปตามสาย แล้วจับเวลาที่สัญญาณสะท้อนกลับมา จากนั้นนำไปคำนวณเป็นระยะทาง โดยใช้ความเร็วสัญญาณของสายชนิดนั้น นอกจากความยาว TDR ยังบอกได้ว่าสายขาดหรือลัดวงจร และเกิดที่ระยะเท่าไร จากลักษณะของสัญญาณที่สะท้อนกลับ

3. High speed performance ตรวจคุณภาพสัญญาณ

การทดสอบนี้วัดสายตลอดช่วง Frequency ที่สาย Category นั้นรองรับ ซึ่งต้องใช้เครื่อง Certification tester โดยค่า Test frequency ของสายที่นิยมใช้คือ

ชนิดสายTest frequencyClass ตาม ISO/IEC
CAT5e100 MHzClass D
CAT6250 MHzClass E
CAT6A500 MHzClass EA

ค่าที่เครื่องวัดมีหลายตัว โดยเฉพาะสายที่ใช้กับ Gigabit Ethernet ขึ้นไป ซึ่งส่งข้อมูลพร้อมกันทั้ง 4 คู่สายและส่งสองทิศทางในคู่เดียวกัน จึงต้องควบคุมคุณภาพสัญญาณเข้มกว่าเดิม

ค่าที่วัดความหมายใช้กับสาย
Attenuationสัญญาณอ่อนลงแค่ไหนเมื่อวิ่งไปถึงปลายสาย ค่านี้เปลี่ยนตาม Frequencyทุก Category
NEXTสัญญาณรั่วจากคู่ที่ส่งไปรบกวนคู่ข้างเคียง วัดที่ฝั่งส่ง การคงเกลียวสายไว้ใกล้จุดเข้าหัวที่สุดช่วยลดค่านี้ได้ทุก Category
ACRอัตราส่วนระหว่างสัญญาณที่ปลายทางกับสัญญาณรบกวน ยิ่งสูงยิ่งดีทุก Category
Powersum NEXTNEXT ของคู่หนึ่ง เมื่ออีก 3 คู่ส่งสัญญาณพร้อมกันCAT5e/6/6A
ELFEXT (ACR-F)สัญญาณรบกวนที่วัดฝั่งปลายทาง เทียบกับความแรงของสัญญาณCAT5e/6/6A
Return lossสัญญาณสะท้อนกลับจากความไม่สม่ำเสมอของ Impedance ในสายCAT5e/6/6A
Propagation delay / Delay skewเวลาที่สัญญาณใช้วิ่งในแต่ละคู่ และความต่างของเวลาระหว่างคู่ เพราะ Gigabit Ethernet ต้องการให้สัญญาณทั้ง 4 คู่มาถึงพร้อมกันCAT5e/6/6A
Alien crosstalk (AXT)สัญญาณรบกวนจากสายเส้นอื่นที่วางอยู่ใกล้กันCAT6A

การทดสอบ Alien crosstalk ใช้เวลานานและขึ้นกับตำแหน่งการวางสายจริง ในวงการจึงมีความเห็นต่างเรื่องความจำเป็น และผู้ผลิตสายบางรายก็ไม่ได้กำหนดให้ต้องทดสอบ ควรตรวจสอบข้อกำหนดของโครงการหรือผู้ผลิตสายก่อนวางแผนงานทดสอบ

Certification กับ Verification ต่างกันอย่างไร

สองคำนี้มักถูกใช้ปนกัน แต่ความหมายต่างกันชัดเจน

หัวข้อCertificationVerification
วิธีทดสอบวัดค่าต่างๆ แล้วเทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำของมาตรฐาน TIA-568 หรือ ISO/IEC 11801รัน Bit error rate test (BERT) ผ่านสาย พร้อมตรวจ Wiremap และ Length
ผลที่ได้ผ่านหรือไม่ผ่านตามมาตรฐาน ใช้ได้กับ Network ที่ออกแบบบนสาย CAT5e/CAT6ยืนยันว่าสายรองรับ Ethernet ที่ใช้งานจริงได้ เช่น Gigabit Ethernet
เหมาะกับงานส่งมอบ และสายที่ใช้กับระบบอื่น เช่น CCTV, Security, Building managementตรวจเช็คเร็วๆ ว่าสายใช้งานกับ Network ได้หรือไม่

เครื่องทดสอบแต่ละประเภทเหมาะกับงานอะไร

เครื่องทดสอบสาย LAN แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ Wiremapper, Cable verifier และ Cable certifier Wiremapper ราคาไม่สูง ตรวจได้เร็ว เหมาะให้ช่างตรวจงานของตัวเองระหว่างติดตั้ง ส่วน Cable certifier ทดสอบได้ครบทั้ง Wiremap, Length, Attenuation และ Crosstalk ในการต่อสายครั้งเดียว แสดงผลผ่านหรือไม่ผ่าน ช่วยวิเคราะห์จุดเสีย และบันทึกผลไว้พิมพ์เป็นรายงานได้ แต่เป็นเครื่องราคาสูงและต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรม

เพราะปัญหาจำนวนมากที่พบหน้างานเป็นเรื่อง Wiremap ธรรมดา หลายทีมจึงใช้ Wiremapper ตรวจแก้ไขระหว่างเดินสาย แล้วค่อยใช้ Certifier ตอนปิดงานเพื่อทดสอบที่ความถี่สูงและออกรายงาน วิธีนี้ทำให้ไม่เสียเวลาของเครื่องราคาสูงไปกับปัญหาง่ายๆ

Permanent link กับ Channel คืออะไร

Permanent link คือส่วนของสายที่ติดตั้งถาวรในอาคาร นับจาก Patch panel ถึง Wall outlet รวม Connector ที่ปลายทั้งสองด้าน ความยาวไม่เกิน 90 เมตร และไม่รวม Patch cord ส่วน Channel คือเส้นทางสัญญาณทั้งหมด เท่ากับ Permanent link บวก Equipment cord และ Work area cord ทั้งสองฝั่ง ความยาวรวมไม่เกิน 100 เมตร

ในทางปฏิบัติ งานติดตั้งใหม่นิยมทดสอบแบบ Permanent link เพราะเป็นส่วนที่ผู้ติดตั้งรับผิดชอบ และเกณฑ์ของ Channel ผ่อนปรนกว่า Patch cord คุณภาพดีจึงอาจบดบังปัญหาของสายถาวรได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือ Adapter cord ของเครื่องทดสอบที่เสื่อมจากการใช้งานหน้างาน ทำให้ค่า Return loss, Crosstalk และ Attenuation แย่ลง จนผลทดสอบ Fail ทั้งที่สายที่ติดตั้งไม่มีปัญหา มาตรฐานจึงย้ายจุดอ้างอิงการวัดมาไว้ที่ปลายสายทดสอบตรง Wall outlet หรือ Patch panel jack

Permanent linkChannel
นับช่วงไหน สายที่ติดตั้งถาวรในอาคาร จาก Patch panel ถึง Wall outlet รวมหัว Jack ทั้งสองด้าน เส้นทางเต็มจากอุปกรณ์ถึงอุปกรณ์ 
Patch cord ไม่รวม รวมทั้งสองฝั่ง 
ความยาวสูงสุด 90 เมตร100 เมตร

ลำดับการทดสอบที่แนะนำ

1.    ตรวจด้วยตาก่อน ดูว่าสายมีรอยบาด ฉีก หรือหักงอตามแนวเดินสายหรือไม่

2.    ตรวจ Wiremap ระหว่างเดินสายและเข้าหัว แก้จุดผิดทันทีที่พบ

3.    เมื่อติดตั้งเสร็จ ทดสอบด้วย Certification tester ตามชนิดสายที่ใช้ CAT5e, CAT6 หรือ CAT6A

4.    จุดที่ไม่ผ่านให้เข้าหัวใหม่ หรือเปลี่ยนสาย หรือจัดแนวสายใหม่ให้ห่างแหล่งรบกวน แล้วทดสอบซ้ำ

5.    บันทึกรายงานผลของทุกจุดไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากหลังติดตั้งใหม่ ควรทดสอบซ้ำเมื่อมีการย้ายหรือเปลี่ยนโครงสร้างสาย และเมื่อพบปัญหา Network ช้าหรือหลุดโดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อตัดประเด็นเรื่องสายออกไป

อ้างอิง

https://www.flukenetworks.com/expertise/learn-about/cable-testing

https://www.thefoa.org/tech/ref/premises/test.html

บริการทดสอบสาย LAN โดย U-LINE SYSTEM

บริษัท ยู-ไลน์ ซิสเท็มส์ จำกัด มีเครื่องเทสสายแลนจาก FLUKE สำหรับให้บริการทดสอบสาย LAN UTP CAT5/5E และ CAT6/6A หากต้องการปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียด ติดต่อได้ที่ โทร 089-897-4119 หรือ LINE OA: @uline

โทร 089-897-4119